เคล็ดลับการทาครีมกันแดด

เคล็ดลับการทาครีมกันแดด

เคล็ดลับการทาครีมกันแดด อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าแสงแดดมีอันตรายกับผิวขนาดไหนถ้าเราไม่ได้ปกป้องผิวจากแสงแดดเลยก็อาจจะทำให้มีโรคผิวหนังตามมาด้วยอย่างเช่นมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทากันแดดหรือหาอะไรมาปกป้องผิวตอนออกไปเจอแดด

อันตรายจากแสงแดด

ในแสงแดดประกอบด้วยรังสีที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีชื่อเรียกว่ารังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet) หรือรังสียูวี (UV) ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้ว่าแสงยูวี แม้เพียงเล็กน้อยในยามแดดจัด ก็สามารถทำให้คอลลาเจน (เซลล์เนื้อเยื่อของผิวหนัง) เสื่อมสภาพได้ อนุมูลอิสระเป็นผลผลิตจากการที่ร่างกายต่อสู้กับสิ่งที่มาระคายเคือง

เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน และมลพิษต่างๆ เป็นเวลานาน ซึ่งหากหลงเหลืออยู่ในผิวหนัง สารอนุมูลอิสระนี้ก็อาจทำลายเซลล์รอบๆ ตัว ทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งโรคมะเร็งผิวหนังจะพบมากในคนตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย และถึงแม้ว่าโรคมะเร็งผิวหนังจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่พบว่า มีความสัมพันธ์กับรังสียูวี นั่นคือ ผิวหนังถูกแสงแดดแผดเผาเป็นเวลานานนับสิบปี

แสงแดด

ชนิดของรังสียูวี

1. รังสียูวีเอ (UVA)

รังสีอัลตราไวโอเลตที่มีคลื่นยาวกว่ารังสี UVB และ UVC (UVA มีความยาวคลื่น ๓๒๐-๔๐๐ นาโนมิเตอร์) ที่สามารถทะลุไปถึงชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ได้ แม้ว่าอาการที่เกิดขึ้นกับผิวหนังเมื่อสัมผัสกับรังสี UVA จะเห็นได้ไม่ชัดเจน

และไม่รู้สึกเจ็บเมื่อได้รับรังสีนี้ แต่ผลในระยะยาวเชื่อกันว่าหากได้รับรังสี UVA มากๆ จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนัง ซึ่งจะทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย สีผิวคล้ำเข้ม ขาดความสดใส

2. รังสียูวีบี (UVB)

รังสีอัลตราไวโอเลตที่มีความยาวคลื่นรองลงมา (ความยาวคลื่น ๒๙๐-๓๐๐ นาโนมิเตอร์) รังสี UVB จะถูกกั้นโดยชั้นบรรยากาศบางส่วน และลงมาถึงผิวโลกประมาณร้อยละ ๐.๑ ของแสงทั้งหมด

รังสี UVB แม้จะไม่สามารถทะลุสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกได้เท่ากับรังสี UVA แต่ก็มีผลทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน แดง และไหม้เกรียม ( ภายใน ๒๔ ชั่วโมงที่โดนแสงแดดจัดนานๆ )

3. รังสียูวีซี (UVC) 

เป็นรังสีที่มีคลื่นสั้นที่สุด ในอดีตรังสี UVC จะถูกกรองไว้ได้ทั้งหมดโดยชั้นโอโซน จึงไม่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศของโลกลงมาได้ แต่ปัจจุบันนี้พบว่ารังสี UVC ก็สามารถทะลุชั้นโอโซนมายังพื้นโลกได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากมลพิษที่มนุษย์ก่อขึ้น จนไปทำลายชั้นโอโซนให้บางลง

แสงแดด

เคล็ดลับการทาครีมกันแดด

1. ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณ 20 นาที

ครีมกันแดดส่วนใหญ่มีผลในการปกป้องแสงแดดได้ก็ต่อเมื่อทาลงไปบนผิวนานมากกว่า 20 นาทีแล้วเท่านั้น หากออกแดดทันทีหลังจากทาครีมกันแดดเสร็จผิวอาจไหม้แดดได้โดยไม่รู้ตัว

ทาครีมกันแดด
2. ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ ไม่น้อยหรือมากเกินไป

ผู้ใช้ครีมกันแดดหลาย ๆ คนมักจะใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่น้อยด้วยราคาที่สูงของครีมกันแดด ซึ่งนั่นเป็นวิธีการทาครีมกันแดดที่ไม่ถูกต้อง หากต้องการปกป้องผิวกายจากรังสียูวีที่พร้อมจะเข้ามาทำร้ายผิวเราได้เสมอนั้น ควรใช้ปริมาณที่พอเหมาะกับแต่ละจุด

วิธีทาครีมกันแดดบนใบหน้า

ปริมาณการทาครีมกันแดดใช้เท่ากับเหรียญ 10 บาทสำหรับใบหน้าและลำคอ

ทาครีมกันแดด

วิธีทาครีมกันแดดที่ตัว

ตั้งแต่บริเวณแผ่นหลัง แขน ขา ควรใช้ครีมกันแดดปริมาณ 1 แก้วชอต หรือ 30 ออนซ์นั่นเอง ควรทาครีมกันแดดที่ตัวหลังจากลงโลชั่นบำรุงผิวและไม่ควรทาโลชั่นอื่น ๆ ทับลงไป

3. เมื่อลงเล่นน้ำต้องทากันแดดสำหรับกันน้ำโดยเฉพาะ

เวลาลงเล่นน้ำเราก็สามารถทาครีมกันแดดได้ ซึ่งบนฉลากต้องระบุไว้ว่า “Water Resistant” เท่านั้น นอกจากจะกันน้ำได้ ยังกันเหงื่อขณะเล่นกีฬาได้อีกด้วย ถึงจะขึ้นชื่อว่า กันน้ำ กันเหงื่อ ก็ใช่ว่าจะลงน้ำหรือเล่นกีฬาได้ตลอดโดยไม่ต้องทาครีมกันแดดเพิ่ม เพราะจริง ๆ แล้วหลังจากโดนน้ำผ่านไป 40 นาที ประสิทธิภาพของครีมกันแดดจะลดลงแต่ก็ยังพอกันแดดได้บ้าง

และเมื่อเล่นน้ำหรือมีเหงื่อออกต่อเนื่องไปจนถึง 80 นาที ครีมกันแดดจะเสื่อมประสิทธิภาพจนไม่สามารถกันแดดได้อีกเลย ดังนั้นควรทาครีมกันแดดซ้ำอีกครั้งเมื่อต้องเล่นน้ำเกิน 80 นาที แต่เพื่อความมั่นใจว่าผิวจะไม่ถูกทำร้ายด้วยแดดขณะเล่นน้ำ การทาครีมกันแดดชนิดกันน้ำซ้ำทุก ๆ 40 นาทีจะเป็นการป้องกันได้ดีที่สุด

ทาครีมกันแดด
4. ควรทาครีมกันแดดทุก ๆ 2 ชั่วโมง

เราควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง ต่อให้ครีมกันแดดนั้นมี SPF หรือค่า PA ที่สูงมากเพียงใด แต่เมื่อเผชิญมลภาวะทั้งฝุ่น ควัน น้ำหรือเหงื่อ ประสิทธิภาพของครีมกันแดดนั้นจะลดลงในทันที ทางที่ดีควรพกครีมกันแดดขนาดเล็กติดตัวไว้ แล้วนำออกมาทาซ้ำอีกรอบช่วงบ่ายจะดีที่สุด

5. ไม่เอาครีมกันแดดทาผิวกายมาใช้กับผิวหน้า

ผิวหน้าคนเรามีความบอบบางกว่าที่คิด การใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าควรเป็นสูตรที่อ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้าเท่านั้น ซึ่งส่วนมากแล้วครีมกันแดดสำหรับผิวกายจะมีส่วนผสมของน้ำหอมและน้ำมันที่มากกว่าปกติ หากนำมาใช้กับผิวหน้าอาจเกิดอาการแพ้และเป็นสิวได้ง่าย

นอกจากนี้ ครีมกันแดดสำหรับทาผิวหน้ากับทาผิวกายมีเฉดสีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อนำครีมกันแดดสำหรับทาตัวมาใช้กับผิวหน้าอาจมีผลทำให้รองพื้นเปลี่ยนเฉดสีไปได้ ทางที่ดีควรเลือกครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ และมีเฉดสีใกล้เคียงกับผิวจริงของเรามากที่สุดจะดีกว่า

ทาครีมกันแดด
6. สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบุค่าการป้องกันรังสียูวี ช่วยกันแดดได้อีกทาง

ปัจจุบันนี้แบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์เริ่มหันมาให้ความสนใจผลิตชุดที่ป้องกันรังสียูวีกันมากขึ้น หลักของการป้องกันแสงแดดด้วยเสื้อผ้าเกิดจากขั้นตอนในการทอผ้า ต้องทอให้มีความแน่น เหลือช่องว่างน้อยจนแสงแดดไม่สามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าได้ ค่าการป้องกันรังสียูวีจะลดหลั่นกันไปตามลักษณะการทอ

แต่ต้องจำไว้ว่า ยิ่งกันแดดได้มากเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ยิ่งไม่สามารถระบายอากาศได้มากเท่านั้น หรือใครไม่สะดวกหาเสื้อผ้าที่ป้องกันรังสียูวีได้ แค่สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และกางร่มทุกครั้งเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ถือเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจ

หลังจากที่ได้เคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการทากันแดดแล้ว ก็มารู้จักอาหารที่จะช่วยบำรุงผิวของคุณให้ดูสุขภาพดีตลอดกับ เคล็ดลับการบำรุงผิว พักเรื่องความสวยความงามแล้วมาก้าวทันเทคโนโลยีมา รู้จักพลังงานทดแทน ที่ต่อยอดเป็นเทคโนโลยีได้ในอนาคต