เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย บทความนี้จะมาบอกความลับของสมุนไพรไทยที่มีมาแต่โบราณ นอกจากจะนำมารับประทานเพื่อช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ช่วยในการบำรุงผิวให้กับสาวๆ ได้ด้วยเช่นกัน โดยวันนี้เราจะมาแนะนำ 6 สมุนไพรไทย ที่จะทำให้คุณมีผิวพรรณตั้งแต่หัวจรดเท้าที่เปล่งปลั่ง สวยใส แลดูสุขภาพดีขึ้นได้ มาดูกันว่ามีสมุนไพรชนิดไหนน่าสนใจบ้าง

แม้นวัฒธรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ จะออกมาตอบโจทย์สำหรับสาวๆ อยู่เสมอโดยไม่ต้องเปลืองแรงในการทำสวยสักเท่าไหร่แต่นั้นก็ต้องแลกกับการลงทุนค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่กลับกันความสวยที่เคยส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่นก็ยังถือเป็นอีกตัวเลือกที่ทำได้บ่อยๆ ไม่ต้องรอให้มีงบประมาณมากมาย แถมไม่เป็นอันตรายเพราะส่วนผสมที่ส่วนใหญ่นั้นมาจากธรรมชาติและให้ผลดีเกินคาดอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย มาบอกลาผิวเก่าเผยผิวใหม่ให้สวยถูกใจในแบบธรรมชาติกันเถอะ แต่จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

1. มะขามเปียก

มะขามเปียก

มะขามเปียก ถือว่าเป็นพืชที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของคนไทย รสชาติเปรี้ยวเข็ดฟันที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายชนิด ช่วยเติมสีสันทางด้านรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น ประโยชน์ของมะขามยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับการบำรุงผิวในผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ด้วยคุณค่าจากสารบำรุงผิวในปริมาณสูง ทั้งวิตามินและแร่ธาตุจากธรรมชาติ ทำให้มะขามเปียกกลายเป็นหนึ่งในสูตรลับที่ถูกกล่าวขานมานานกว่าร้อยปี

มะขามเปียก ถือเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับการนำมาขัดพอกผิวให้เกิดความขาวกระจ่างใสได้เป็นอย่างดี มีวิตามินที่เปรียบเสมือนอาหารผิวอย่างวิตามิน A B2 C โปรตีน ฟอสฟอรัส ไขมัน กรดทาทาริค กรดซิตริก และแคลเซียม มันจึงมีความสามารถในการดูแลผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณประโยชน์ของมะขามนั้นสามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบริเวณส่วนต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะกับบริเวณที่มีความดำด้านมากๆ เช่น ข้อศอก, หัวเข่า โดยสามารถใช้มะขามขัดถูบริเวณดังกล่าวเพื่อทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใสขึ้นได้

2. ขี้ผึ้ง

ขี้ผึ้ง

หากคุณสาวๆ มีขี้ผึ้งติดบ้านไว้ ก็สามารถนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มความสวยให้กับคุณได้ โดยสรรพคุณของขี้ผึ้งนั้นก็คือ สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ ทั้งผิวหน้าและผิวกาย เพียงนำมาทาผิวที่มีความแห้งกร้านก็จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง แลดูสุขภาพดีมากขึ้นกว่าเดิม

3. ใบบัวบก

ใบบัวบก

เนื่องจากคุณสมบัติของใบบัวบกจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างเป็นปกติ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สามารถใช้ใบบัวบกเพื่อบำรุงผิวพรรณได้ด้วย วิธีใช้คือ นำใบบัวมาปั่นแล้วเช็ดหน้าเป็นประจำแทนโทนเนอร์ จะช่วยให้ผิวหน้าที่หมองคล้ำขาวกระจ่างใสขึ้นได้ แถมรอยสิว รอยหลุมสิวและริ้วรอยต่างๆ ยังลดลงได้อีกด้วย

ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อย่างเช่น บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และกรดอะมิโน อย่างเช่น แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เป็นต้น

เมื่อพูดถึงบัวบก สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกไปว่ามันแค่ช่วยแก้อาการช้ำในเฉย ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง

4. หัวไชเท้า

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย หัวไชเท้า

นอกจากจะใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารแล้ว หัวไชเท้า ยังมีคุณสมบัติช่วยลดสิวอักเสบได้เป็นอย่างดี โดยให้นำหัวไชเท้ามาปั่นละเอียด ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย แล้วนำพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที จะช่วยให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว รากหรือหัวไชเท้ามีลักษณะเป็นรูปกรวยยาว หัวมีสีขาวไปจนถึงสีแดง ปลายของรากหรือหัวจะมีรากฝอยขนาดเล็กแทงดิ่งลงด้านล่าง ลำต้นหัวไชเท้ามีขนาดสั้น กลม และเป็นข้อสั้น ไม่มีกิ่งก้าน ส่วนนี้จะโผล่พ้นผืนดินออกมา ส่วนใบของหัวไชเท้าเป็นใบเดี่ยว แทงออกบริเวณข้อของลำต้น ขอบใบมีทั้งแบบเรียบและเว้าลึก

หัวไชเท้า พืชกินหัวใต้ดินที่นิยมนำมาปรุงอาหารชนิดนี้ไม่เพียงมากด้วยสารอาหาร แต่ยังมีสรรพคุณรักษาโรคตามตำรับยาพื้นบ้าน เชื่อกันว่าหัวไชเท้าช่วยป้องกันหรือรักษาปัญหาสุขภาพบางประการได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มะเร็ง แผลในกระเพาะอาหาร ริดสีดวง รวมถึงโรคเกี่ยวกับตับทั้งหลาย

5. สะเดา

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย สะเดา

จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า สะเดา เป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการเต็มเปี่­­­ยม อุดมไปด้วยสารอาหารโปรตีน แร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายที่จะทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพตามมาได้ เช่น ภาวะความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ระบบภูมิคุ้มกันลดลง และโรคมะเร็ง เป็นต้น

สะเดา ที่ชาวบ้านนิยมนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ ยอดและดอก ซึ่งกำลังออกมากในช่วงนี้ ใช้รับประทานเป็นผักช่วยให้เจริญอาหาร ซึ่งมีคุณค่าทาง โภชนาการ ดังนี้ ยอด สะเดา 100 กรัมให้พลังงานต่อร่างกาย 76 กิโลแคลอรี  ประกอบด้วยน้ำ 77.9 กรัม  คาร์โบไฮเดรต 12.5 กรัม โปรตีน 5.4 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม มีกาก 2.2 กรัม แคลเซี่ยม 354 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 26 มิลลิกรัม เหล็ก 4.6 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 3611 ไมโครกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.07 มิลลิกรัม วิตามินซี 194 มิลลิกรัม

6. ว่านไพล

เคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยสมุนไพรไทย ว่านไพล

ไพล หรือว่านไพล เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นขึ้นเป็นกอ ออกดอกช่อสีนวลกับใบประดับสีออกม่วงแดง ทุกส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ส่วนดอกมีสรรพคุณช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย ส่วนลำต้นช่วยเรื่องปรับสมดุล ใบช่วยแก้ปวดเมื่อยหรือมีไข้ และรากช่วยบรรเทาอาการเลือดกำเดาไหลได้ แต่ส่วนที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดก็คือส่วนเหง้าที่แก่จัดได้ที่แล้ว มีสรรพคุณและสารสำคัญหลากลายจนได้จัดเป็นหนึ่งเครื่องยาสมุนไพรพื้นฐานที่ได้รับความสนใจ ตลอดจนมีงานวิจัยรองรับมากมายอีกด้วย

สรรพคุณของว่านไพล สามารถขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเนียนใส ออร่าได้ โดยคุณสามารถนำเหง้าไพลมาทำเป็นแป้งสำหรับทาหน้า หรือใช้ขัดผิวเป็นประจำ เพื่อให้ผิวในส่วนต่างๆ ดูเปล่งปลั่ง ผุดผ่องมากขึ้น

บทความที่น่าสนใจ : Dragon Legend , ฟังเพลงโมสาร์ท พัฒนาสมอง